เกี่ยวกับฉัน   Leave a comment


ชื่อ นางสาวอุทัยวรรณ  พิลาศาสตร์
อายุ 18 ปี  ชื่อเล่น องุ่น
ที่อยู่ 211 ม.1 ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี 41210
สีที่ชอบ สีฟ้า,สีเขียวและสีม่วง
ดาราที่ชื่นชอบ อั้ม พัชราภา,บอย ประกร,ณ เดช
งานอดิเรก ฟังเพลง,นอน,อ่านหนังสือ
เบอร์โทรศัพท์  090-1943799
เกี่ยวกับเว็บ
   เพลงอาเซียน ธงอาเซียน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาเซียน
ประวัติวันวาเลนไทน์ โอกาสที่ไทยต้องรีบค้าการศึกษากับประชาคมอาเซียน
เพลงชาติไทย เพลงชาติลาว ประวัติศาสนาพุทธ ความรู้เรื่องอาเซียนไม่รู้ไม่ได้แล้ว
ผลงานการตัดต่อวีดีโอ
      สำหรับวีดีโอนี้มีชื่อว่า ฮอลล์ฟรุ๊ตตี้ พวกเรามีความตั้งใจเป็นอย่างมาก
ในการถ่ายทำและการตัดต่อ คณะผู้จัดทำก็อยากให้ผู้ที่เขาชมดูผลงานการตัดต่อวีดีโอของพวกเรานะค่ะ
ฮอลล์ฟรุ๊ตตี้

 

 

Posted กุมภาพันธ์ 24, 2012 by you09833 in Uncategorized

ความรู้เรื่อง “อาเซียน” ไม่รู้…ไม่ได้แล้ว   Leave a comment

 

ปัจจุบันนี้ ความตื่นตัวตระหนักรู้เรื่องเกี่ยวกับอาเซียนเริ่มมีมากขึ้นในหมู่สถาบันการศึกษา ทั้งระดับโรงเรียน และระดับมหาวิทยาลัย เป็นผลพวงจากความพยายามของผู้เกี่ยวข้องในวงการศึกษาที่ทราบดีถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมให้กับสังคมไทยทุกระดับอายุและอาชีพ เพื่อจะได้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นอีกมากมายในอนาคต การหาความรู้เกี่ยวกับอาเซียนขั้นแรกทำได้ทันทีผ่านการอ่านหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งที่พิมพ์เป็นรูปเล่มจริงและที่เป็นข้อมูลแจกจ่ายในระบบ Internet ทั่วไป มีทั้งที่แจกให้ฟรีและจำหน่ายตามร้านหนังสือ ที่แจกให้ฟรีส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งพิมพ์ให้ความรู้ทั่วๆไป กับ เอกสารต่างๆที่เป็นทางการของอาเซียนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่เป็นหนังสือจำหน่ายก็มีสารพัดเนื้อหา ทั้งความรู้ทั่วไปและการศึกษาวิเคราะห์เชิงวิชาการ หนังสือและเอกสารส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาไทยยังมีน้อย

และที่เขียนบทความภาษาไทยเรื่องอาเซียนและเขียนเป็นประจำ โดยตัวผมเอง (สมเกียรติ อ่อนวิมล) ก็มีที่เดลินิวส์

[http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm page=content&categoryId=425&contentID=160518]  กับที่ Truelife [http://guru.truelife.com/content/93967]

ดังนั้น สำหรับคนไทยที่ใช้ภาษาไทย ที่ยังไม่พร้อมที่จะใช้ภาษาอังกฤษ การหาความรู้เรื่องอาเซียนจึงเป็นเรื่องที่ถูกจำกัดอยู่มาก

มีหนังสือเล่มหนึ่งที่กรมประชาสัมพันธ์จัดพิมพ์แจกฟรีตั้งแต่ต้นปี 2554 ชื่อ “ประเทศไทยกับอาเซียน”แต่พิมพ์จำนวนน้อยเพียง 2,000 เล่มด้วยความจำกัดด้านงบประมาณ แต่ครูและนักเรียนและผู้สนในทุกท่านก็สามารถรับมาอ่านได้โดยดึงเอามา หรือ download ฟรีจาก website ของกรมประชาสัมพันธ์ [http://www.prd.go.th/download/thai_asian.pdf] หนังสือ “ประเทศไทยกับอาเซียน” ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนอย่างครบถ้วนแบบย่อ อ่านง่าย ความยาว 200 หน้า เหมาะสำหรับนักเรียนและบุคคลทั่วไป ข้อมูลสารบัญ มีดังนี้ :

บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียน

กําเนิดอาเซียนและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กร
สัญลักษณ์ของอาเซียน
เพลงประจําอาเซียน
กฎบัตรอาเซียน
กลไกการบริหารและโครงสร้างองค์กรของอาเซียน
ประเทศสมาชิกอาเซียน
ประเทศคู่เจรจาอาเซียน

บทที่ 2 ประเทศไทยกับอาเซียน

บทที่ 3 สู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558
ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

บทที่ 4 แผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
แผนการสื่อสารของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
การดําเนินมาตรการภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

บทที่ 5 แผนแม่บทว่าด้วยความเช่ือมโยงระหว่างกันในอาเซียน

บรรณานุกรม แหล่งข้อมูลอ้างอิง ส่วนใหญ่จาก website ต่างๆ ที่ผู้อ่านสามารถเชื่อมต่อเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เองดังนี้ :
http://www.mfa.go.th
http://www.moc.go.th
http://www.boi.go.th
http://www.depthai.go.th
http://www.vacationzone.co.th
http://www.oceansmile.com
http://www.serichon.com
http://www.ryt9.com
http://www.thaigoodview.com
http://www.positioningmag.com
http://www.jira-pron.th.gs
http://www.aseansec.org/stat/Table19.pdf
http://www.th.wikipedia.org/
http://www.nikrakib.blogspot.com
หนังสือ ASEAN Mini Book

เนื่องจากเป้าหมายของหนังสือนั้นจัดพิมพ์เพื่อเด็กและเยาวชนและผู้้ต้องการพื้นความรู้เบื้องต้นอย่างสรุปย่อ ดังนั้นผู้ที่ต้องการความรู้แบบวิเคราะห์จะต้องติดตามหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปจากแหล่งบรรณานุกรมและแหล่งอื่น หรืออาจจะเข้าชั้นเรียนพิเศษ ฟังบรรยายตามความสนใจของแต่ละคน การหาความรู้เรื่องอาเซียนไม่ใช่เพื่อความรู้ความเพลิดเพลินในการรับข้อมูลข่าวสารเฉยๆเท่านั้น หากแต่จะต้องหาความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองให้ขึ้นสู่ระดับการเป็นพลเมืองคุณภาพของอาเซียน เพื่อการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ สามารถแข่งขันได้กับเพื่อนๆชาวอาเซียนจากประเทศสมาชิกอื่นอีก 9 ประเทศ เพื่อให้รู้เท่าทันและเตรียมตัวพร้อมล่วงหน้าสำหรับการเข้าสู่สังคมอาเซียนที่เปิดกว้างรับทุกคนทุกชาติมากขึ้น ทั้งด้านการทำมาค้าขาย การประกอบอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว ตลอดจนการสื่อสารสร้างสัมพันธ์คบค้าสมาคมกับเพื่อพลเมืองชาวอาเซียนจาก ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์

ในอีกไม่ถึงห้าปีข้างหน้า ปี พ.ศ. 2558 / ค.ศ. 2015 จะเป็นปีที่ประชาคมอาเซียนจะบรรลุเป้าหมายความเป็นประชาคมที่สมบูรณ์ (หรืออย่างน้อยก็เริ่มเป็น “ประชาคมอาเซียน” อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน)

คนไทยทุกคนจะต้องได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมประชาคมเดียวกันกับอีกเก้าชาติ…ถ้าพร้อม

และถ้าไม่พร่้อม…ก็จะเสียโอกาส เสียประโยชน์ ตามชาติไหนๆก็ไม่ทัน

เริ่มต้นเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ โดยการหาความรู้ ทำความเข้าใจ และมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพ “พลเมืองอาเซียน” ในตัวให้สู่จุดสูงสุด

ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้!

Posted กุมภาพันธ์ 10, 2012 by you09833 in Uncategorized

ความเป็นมาของอาเซียน   Leave a comment

พิธีลงนามในปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) หรือปฏิญญากรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510

   ความเป็นมาของอาเซียน

อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ(The Bangkok Declaration ) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน       
            “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ   

วัตถุประสงค์หลัก

                           ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่
      1.  ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี
           วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
      2.  ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
      3.  เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
      4.  ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
      5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
      6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
      7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ   
          และองค์การระหว่างประเทศ

                        ตลอดระยะเวลา กว่า 40ปีที่มีการก่อตั้งอาเซียน ถือว่าได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองเเละความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยได้รับ ประโยชน์อย่างมากจากความร่วมือต่างๆของอาเซียน   ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากการที่ภูมิภาค เป็นเสถียรภาพและสันติภาพ อันเป็นผลจากกรอบความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมือด้านสังคมและ วัฒนธรรม ซึ่งถ้าหากไม่มีความร่วมมือเหล่านี้แล้ว คงเป็นการยากที่จะพัฒนาประเทศได้โดยลำพัง   กลับด้านบน

 

 

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ครั้งที่
วันที่
ประเทศเจ้าภาพ
สถานที่จัดตั้งการประชุม
ครั้งที่ 1
23-24 กุมภาพันธ์ 2519
ประเทศอินโดนีเซีย
บาหลี
ครั้งที่ 2
4-5 สิงหาคม 2520
ประเทศมาเลเซีย
กัวลาลัมเปอร์
ครั้งที่ 3
14-15 ธันวาคม 2530
ประเทศฟิลิปปินส์
มะนิลา
ครั้งที่ 4
27-29 มกราคม 2535
ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์
ครั้งที่ 5
14-15 ธันวาคม 2538
ประเทศไทย
กรุงเทพมหานคร
ครั้งที่ 6
15-16 ธันวาคม 2541
ประเทศเวียดนาม
ฮานอย
ครั้งที่ 7
5-6 พฤศจิกายน 2544
ประเทศบูรไนดารุสซาราม
บันดาร์เสรีเบกาวัน
ครั้งที่ 8
4-5 พฤศจิกายน 2545
ประเทศกัมพูชา
พนมเปญ
ครั้งที่ 9
7-8 ตุลาคม 2546
ประเทศอินโดนีเซีย
บาหลี
ครั้งที่ 10
29-30 พฤศจิกายน 2547
ประเทศลาว
เวียงจันทน์
ครั้งที่ 11
12?14 ธันวาคม 2548
ประเทศมาเลเซีย
กัวลาลัมเปอร์
ครั้งที่ 12
11?14 มกราคม 25501
ประเทศฟิลิปปินส์
เซบู
ครั้งที่ 13
18?22 พฤศจิกายน 2550
ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์
ครั้งที่ 14
27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552
10-11 เมษายน 2552
ประเทศไทย
ชะอำ, หัวหิน
พัทยา
ครั้งที่ 15
23-25 ตุลาคม 2552
ประเทศไทย
ชะอำ, หัวหิน
ครั้งที่
8-9 เมษายน 2553
ประเทศเวียดนาม
ฮานอย

กลับด้านบน

 

หลักการพื้นฐานของความร่วมมืออาเซียน

        ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ยอมรับในการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐาน ในการดำเนินงานในเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกัน อันปรากฏอยู่ในกฎบัตรอาเซียนซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของอาเซียน ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2551 และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรือ TAC) ซึ่งประกอบด้วย

– การเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณาการแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ประจำชาติของทุกชาติ
– สิทธิของทุกรัฐในการดำรงอยู่โดยปราศจากจากการแทรกแซง การโค่นล้มอธิปไตยหรือการบีบบังคับจากภายนอก
– หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน
– ระงับความแตกต่างหรือข้อพิพาทโดยสันติวิธี
– การไม่ใช้การขู่บังคับ หรือการใช้กำลัง
– ความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างประเทศสมาชิก

          นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงก่อนที่กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้               อาเซียนยึดถือหลักการฉันทามติเป็นพื้นฐานของกระบวนการตัดสินใจและกำหนดนโยบาย มาโดยตลอด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การที่อาเซียนจะตกลงกันดำเนินการใดๆ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดทั้งสิบประเทศ จะต้องเห็นชอบกับข้อตกลงนั้นๆ ก่อน

        
                             การที่อาเซียนยึดมั่นในหลัก ‘ฉันทามติ” และ “การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน’ หรือที่ผู้สังเกตการณ์อาเซียนเรียกว่า ‘วิถีทางของอาเซียน’ (ASEAN’s Way)ในทางหนึ่งนั้น ก็ถือเป็นผลดีเพราะเป็นปัจจัย ที่ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ในเรื่องระบบการเมือง วัฒนธรรมและฐานะทางเศรษฐกิจ มีความ ‘สะดวกใจ’ ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก และดำเนินความร่วมมือในกรอบอาเซียน แต่ในอีกทางหนึ่ง“ฉันทามติและ “การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน”ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายโอกาสว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระบวน การรวมตัวกันของอาเซียนเป็นไปอย่างล่าช้า รวมถึงทำให้อาเซียนขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากถูกมองว่ากลไกที่มีอยู่ ของอาเซียน ล้มเหลว ในการจัดการกับปัญหา ของอาเซียนเองที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกใดประเทศสมาชิกหนึ่งได้ อย่างไรก็ดี การยึดถือฉันทามติในกระบวนการตัดสินใจ ของอาเซียน ได้เริ่มมี ความยืดหยุ่นมากขึ้นหลังจากที่กฎบัตรอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551  เนื่องจาก กฎบัตรอาเซียนได้เปิดช่องให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน พิจารณาหาข้อยุติในเรื่องที่ประเทศสมาชิกไม่มีฉันทามติได้

กลับด้านบน

 

โครงสร้างของอาเซียน
โครงสร้างของอาเซียนจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้

สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)
            สำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 1 ในปี 2519 เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินงาน
ตามโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างสมาคมอาเซียน คณะกรรมการ ตลอดจนสถาบันต่าง ๆ และรัฐบาลของประเทศสมาชิก
            สำนักเลขาธิการอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซียโดยมีหัวหน้าสำนักงานเรียกว่า “เลขาธิการอาเซียน” ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 35 ได้แต่งตั้งนาย Ong Keng Yong” ชาวสิงคโปร์ เป็นเลขาธิการอาเซียนคนใหม่แทนนาย Rodolfo C. Severino Jr. เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน โดยจะมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2546) และมีรองเลขาธิการอาเซียนจำนวน 2 คน (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโดยชาว มาเลเซียและเวียดนาม)
สำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือกรมอาเซียน (ASEAN National Secretariat)
           เป็นหน่วยงานในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ซึ่งแต่ละประเทศได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ ประสานงานเกี่ยวกับอาเซียนในประเทศนั้น ๆ และติดตามผลของการดำเนินกิจกรรม/ความร่วมมือต่าง ๆ สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการจัดตั้งกรมอาเซียนให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านอาเซียนดังกล่าว  กลับด้านบน

 

 กฏบัตรอาเซียน

         เป็นร่างสนธิสัญญาที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพกฎบัตรอาเซียน เป็นร่างสนธิสัญญา ที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวาง กรอบทาง กฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียน ได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่างกฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัว เป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่าง กฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550

Posted กุมภาพันธ์ 10, 2012 by you09833 in Uncategorized

โอกาสที่ไทยต้องรีบคว้าการศึกษากับประชาคมอาเซียน   Leave a comment

  

ท่ามกลางสภาพอากาศตอนนี้ แม้จะดูว่าความหนาวยังไม่จางไปเสียทั้งหมดก็ตาม แต่สถานการณ์ทางการเมืองทั้งในประเทศ  ที่ส่อแววจะเกิดการชุมนุมจากกลุ่มต่างๆ มากขึ้น เป็นระยะๆ และวิกฤติต่างๆ ทั่วโลกก็กำลังร้อนแรง เป็นความร้อนแรงที่ช่างตรงข้ามกับสภาพดินฟ้าอากาศอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่านักรัฐประศาสนศาสตร์คนสำคัญๆ ของประเทศจะมองว่าความไม่นิ่งของสถานะทางการเมืองของประเทศ ล้วนมีผลต่อปฏิบัติการด้านต่างๆ ของประเทศและสังคมนั้นๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเทรนด์อย่างกระแสอาเซียนทุกด้านกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

ผู้นำประเทศของไทยตอบรับกระแสนี้ได้ในระดับดีทีเดียว ความตื่นตัวเรื่องการรวมเป็นประชาคมอาเซียนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในปี พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015 ได้มีการเตรียมการต่างๆ มากมาย เพราะหากแผนการรวมประชาคมเกิดเสร็จสมบูรณ์ ประ เทศใดขาดความพร้อมย่อมต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ความพร้อมของประเทศไทยขณะนี้นับว่าคึกคักมาก โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าเต็มที่ปูพรม วางแผนเชิงปฏิบัติจัดทำกรอบการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การฮับทางการศึกษาของอาเซียน

แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี ด้านการศึกษาของอาเซียน 2011-2015 กระทรวงศึกษาธิการเน้นบูรณาการและให้เกิดความ สอดคล้องกับปฏิญญาด้านการศึกษาอาเซียน คือ ให้มีความหลากหลายและครอบคลุม 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน คือ  1. การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 2. การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ 3. การเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

ทั้งนี้ จุดเน้นชี้ไปที่เพื่อสร้างอาเซียนให้เป็นประชาคมแห่งความเอื้ออาทรและร่วมแบ่งปัน มีวิสัยทัศน์เดียวกัน มีอัตลักษณ์เดียวกันและเป็นประชาคมเดียวกัน (One Vision, One Identity, One Community)

ส่วนทิศทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ยังต้องจับตาปัญหาแทรกซ้อนที่อาจจะตามมา ซึ่งอาจเรียกว่าภัยคุกคามต่อประเทศไทยและสมาชิก ซึ่งที่จริงก็คือส่งผลกระทบต่ออาเซียนด้วยกันเอง

ความหมายที่จริงก็คือโดยเฉพาะด้านการเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะต้องไม่ส่งผลกระทบระหว่างชาติสมาชิก   เพราะถ้าการเมืองมีปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบด้านจิตใจต่อสังคม ความสงบสุขร่มเย็น   ก็จะไม่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับในด้านการศึกษาของชาตินั้น เป็นหน้าที่หลักที่กระทรวงศึกษาธิการต้องทำคือ การเตรียมความพร้อม ของเด็กและเยาวชนเพื่อรองรับการก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่การประชุม 5 องค์กรหลักที่ผ่านมา จึงได้เห็นการออกแคมเปญมติหรือการกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษาของประเทศไทย 4 นโยบาย ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญมากๆ กล่าวคือ

ประการแรก การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมพร้อมของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ.2558

ประการที่สอง การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนให้มีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็อย่างเช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทั้งนี้ ยังขยายรวมไปถึงเรื่องของทักษะความชำนาญการที่สอดคล้องกับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือประเทศไทยก็ต้องมีการสร้างมาตรฐาน ด้านการศึกษาที่เทียบเท่ากับนานาชาติในอาเซียน โดยการจัดทำกรอบมาตรฐานการศึกษาของไทย หรือที่เรียกว่า TQF (Thailand Qualification Framework) ในส่วนของอาชีวศึกษาก็มีการจัดทำ TVQ (Thailand Vocational Qualification) เพื่อจัดระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพของไทย

ประการที่สาม การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเสรีการศึกษาในอาเซียนเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ข้อนี้น่าจะเป็นโอกาสที่มหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชนก็ต้องตื่นตัวและตอบรับความเปลี่ยนแปลง   ที่จะมากับโอกาสและมูลค่าทางการตลาดที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนจำนวนมหาศาล ทั้ง 580 ล้านคน ในประชาคมอาเซียนนี้

แม้ว่าลึกๆ แล้วมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกันโดยสมาคมอุดมศึกษาเอกชนจะมีความพร้อมเรื่องนี้อยู่มากกว่าในด้านความคล่องตัว เรื่องการบริหารจัดการองค์กรภายในก็ตาม แต่หากเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของชาติสมาชิกอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะอยู่นิ่งๆ ได้อีกแล้ว

ประการที่สี่ การพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการทำงานของเยาวชนไทยว่าควรจะพัฒนาตรงจุดไหน

สำหรับปีนี้ประเทศไทยเองก็ตื่นตัวเรื่องการศึกษาด้านอาเซียน เพื่อรองรับความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน หรืออาจเรียกว่าพลเมืองอาเซียน (ASEAN Population)

สำหรับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการภายใต้การขับเคลื่อนของ ฯพณฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งมือทำนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาไทยสู่การเป็นฮับอาเซียนให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีการ เตรียมประชุมกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านอาเซียนศึกษาเพื่อรองรับและเตรียมความพร้อมทุกด้าน

ล่าสุด ฯพณฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติได้สั่งการไปยังสถานศึกษาต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดหาอาจารย์ชาวต่างชาติเข้ามาสอนให้เด็กไทยมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น หวังว่าปฏิบัติการศึกษาอาเซียนจะเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการของประชาวิวัฒน์ด้านการศึกษาชาติอย่างจริงจัง

หากมองในแง่ยุทธศาสตร์ โอกาสที่ประเทศไทยจะผลักดันให้สถาบันการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งรัฐและ เอกชนที่มีความพร้อมสูง เข้าไปมีส่วนในการขับเคลื่อนสร้างคุณภาพ ประชาชนที่กำลังกลายเป็นประชาชนชาวอาเซียนทั้ง  580 ล้านใน 10 ประเทศ โอกาสนี้นับว่าเป็นโอกาสทองทางการศึกษาที่ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยไทยต้องรีบคว้าไว้จริงๆ

Posted กุมภาพันธ์ 10, 2012 by you09833 in Uncategorized

เพลงชาติไทย   Leave a comment

Posted กุมภาพันธ์ 7, 2012 by you09833 in Uncategorized

เพลงชาติลาว   Leave a comment

Posted กุมภาพันธ์ 7, 2012 by you09833 in Uncategorized

ท่องโลกอาเซียน   Leave a comment

Posted กุมภาพันธ์ 7, 2012 by you09833 in Uncategorized